กว่าจะมีแรงฮึดมาอัพต่อ ก็ปาเข้าไปจะสิ้นปีแล้ว .... หวังว่าเราคงทำรีวิวทริปนี้จบก่อนครบรอบ 1 ปีที่ไปเที่ยวนะเนี้ย
ว่ากันตามจริง ตอนนี้เราเริ่มจะลืมรายละเอียดไปเยอะแล้ว เมโมรี่ในหัวคงจะโดนข้อมูลใหม่ทับจนเรื่องตอนเที่ยวหายไปทีละนิดๆแล้ว
ต่อกันเลย
..................................................
ครั้งก่อนจบที่ ออกจากโรงแรมไปทัวร์รอบเกาะมิยาจิม่ากัน
เดินมาตามทางไปศาลเจ้า Itsukushima ระหว่างทางก็เจอกวางน้อยเจ้าถิ่น (ฝนยังตกปรอยๆอยู่นะ)
หลบกล้องนิดหน่อย
เดินไปอีกนิดก็พบกับศาลเจ้าอื่นๆ
ศาลเจ้าเล็กๆ แต่ดูขลังมาก
เดินไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็เห็นตัวโทริอิกลางน้ำของศาลเจ้า Itsukushima แล้ว ถึงแม้ฝนจะตกปรอยๆ แต่ก็มีคนมาเยี่ยมชมเยอะอยู่
น้ำลด
ตอนนี้เป็นเวลาน้ำลงพอดี เพราะงั้นเลยลงไปเยี่ยมชมโทริอิใกล้ๆได้เลย
พอเดินลงไปด้านล่าง ฟื้นแฉะนิดหน่อย ส่วนสีเขียวๆที่เห็นนั่น สาหร่ายทะเลทั้งนั้น
และแล้ว ก็ถ่ายกับป้ายอะไรซักอย่าง (ซึ่งก็อ่านไม่ออก 55)
เดินไปหลบแอ่งน้ำแฉะๆ ตลอด
ถ่ายสาหร่ายบนฟื้น กับรองเท้าคู่ยาก
ถ่ายรูปกับโทริอิจนพอใจ พวกเราก็ไต่ขึ้นไปด้านบน เพื่อเตรียมเข้าชม Itsukushima shine
ก็จะได้เข้าก็แอบถ่ายด้านหน้าซักแป๊บ
อะไรซักอย่าง เรียกไม่ถูก
มองไปอีกทางเป็นถนนคนเดิน ก็เจอซุ้มประชาสัมพันธ์(ละมั้ง) เจอกวางน้อยยืนด้อมๆมองๆ แถวนั้นด้วย
เหมือนกว่าจะเข้าไปหาเรื่องเลยแฮ่ะ
หันกลับไปทางโทริอิอีกที คราวนี้มีกลุ่มนักเรียนมาเที่ยวยกห้อง มาถึงกลุ่มคน(พวกคุณลุงบนเกาะนี้นะแหล่ะ)ที่ทำหน้าที่ต้อนรับ ก็จัดเตรียมเก้าอี้แถวยาวๆ มาตั้งไว้เพื่อถ่ายรูปหมู่นักเรียนกลุ่มนี้ .... แต่พอนักเรียนนั่งเก้าอี้กันเรียบร้อยจะเตรียมถ่าย ปรากฏว่า....
กวางเจ้าถิ่น ขอถ่ายด้วยซะงั้น (เราก็ไปแอบถ่ายพวกเค้าอีกแฮ่ะ)
กวางที่นี่เยอะจริงๆ พี่สาวเราเลยเรียกว่า กวางอันธพาล เพราะไม่เกรงกลัวใครดีจริงๆ
หลังจากแอบถ่ายรูปนักเรียนกลุ่มนั้นเรียบร้อย เรากับพี่ก็เข้าไปชมในตัวศาลเจ้ากันละ
พอจ่ายค่าเข้าชม ก็ถ่ายรูปละน้า~~
ระเบียง
ระว่างที่เดินไปนิดหน่อย ปรากฏว่ากลุ่มนักเรียนกลุ่มเมื่อกี้ เค้าก็จะเข้าชมที่นี่เหมือนกัน เรากับพี่เลยรีบจ้ำเท้าหนี ...ไม่งั้นอดได้ถ่ายรูปงามแน่ (เพราะคนจะเยอะ)
เดินต่อไป ก็จะถึงจุดที่ ระเบียงยื่นออกไปให้เห็นโทริอิ อยู่ตรงกลาง ... แต่ว่า มีทั้งคน แถมฟ้าครึ้มๆ ถ่ายออกมาไม่สวยเลยอะ =w=
แย่ๆๆ ไม่งามเลย
หลังจากถ่ายเล่นกันซักพัก กลุ่มนักเรียนกลุ่มนั้นก็ตามมาทันแล้ว เรากับพี่ก็ออกจากจุดนี้เดินไปที่อื่นต่อเลย
และก็พบกับจุดขายเครื่องราง(อีกแล้ว) ที่นี่ เราอุดหนุนเครื่องรางสอบผ่าน กับความรักมาด้วย (ราคา500เยน แถมสีสวยด้วย ^ ^)
สุดท้าย ก็ออกมาด้านนอกศาลเจ้าจนได้ น่าเสียดายที่ สถานที่นี้น่ะสวยมาก แต่เรากับพี่ถ่ายให้มันงามไม่ได้เลย
ตรงทางออกก็เจอศาลแห่งอื่นอยู่ด้วย ... ดูเก่าๆแล้วก็น่ากลัวไปนิด เข้าไปดูนิดเดียว เราก็ออกมาแล้ว
ที่นี่แหล่ะ ....
พอเยี่ยมชมศาลเจ้าเรียบร้อย เรานึกไม่ออกแล้วว่าจะไปเดินดูอะไรต่อดี เลยตัดสินใจเดินกลับโรงแรมก่อน เดี๋ยวค่อยว่าคิดว่าทำอะไรต่อดี
ไต่บันไดหินอันเดิม กลับโรงแรม
เดินขึ้นถึงด้านบนได้ เราเห็นมีทางเดินเล็กๆข้างๆโรงแรมด้วย เลยเดินไปดู ... และเราก็เจอจุดชมวิว จากจุดนี้มองเห็นได้ไกลรอบเกาะเลยทีเดียว
วิวจากจุดชมวิว
กลับเข้าไปตั้งหลักในโรงแรมใหม่อีกรอบ พัก 15 นาที จะเปิดทีวีดูเล่นแต่ปรากฏว่าทีวีเสีย ต้องไปเรียกลุงมาซ่อม ลุงก็ซ่อมไม่ได้เลยต้องยกทีวีอีกเครื่องมาเปลี่ยนให้ (ตอนคุณลุงมาซ่อม เราก็กลัวว่าลุงจะหาว่าเราทำทีวีเจ๊งซะอีก.... เพราะตอนเช็คอินมันก็ยังดูได้ แต่ตอนนี้ดูไม่ได้ซะแล้ว =//=)
พักให้หายเหนื่อยเราก็พร้อมออกไปลุยใหม่ ...ตอนกำลังออกจากโรงแรม ก็สอบถามคุณลุงพนักงานว่าบนเกาะนี้มีที่ไหนให้เที่ยวได้อีก พนักงานก็หยิบแผนที่ลากเส้นเดินวนรอบเกาะให้เลยละ จริงๆที่เที่ยวอื่นๆก็มี เช่น อควเรียม กระเช้าขึ้นเขา ศาลเจ้าอื่นๆอีกเยอะแยะ เสียดายที่กระเช้าเค้าปิดเร็ว เลยไม่มีเวลาขึ้น ส่วนอควเรียมพี่เราเค้าไม่สนน่ะ
สรุปคือ เราออกไปเดินมั่วเอง ไม่เดินตามทางที่ลุงพนักงานบอก ... เส้นทางที่พนักงานลากนะ มีให้เดินเลาะหลังโรงแรมไปตามทางภูเขา ซึ่งโคตรน่ากลัว เรากับพี่เลยเดินกลับไปทางศาลเจ้า Itsukushima อีกรอบ
ระว่างทางก็เก็บวิวอีก
บอกบ๊วยอีกละมั้ง ... แอบมาบานหนึ่งต้น
ก่อนจะกลับไปจุดชมโทริอิอีกรอบ เราเลี้ยวขึ้นบันไดของวัด(รึศาลเจ้าไม่แน่ใจ) บันไดสูงดี มองขึ้นไปเห็นยอดเจดีย์สีแดงเด่นมากๆ ... เรากับพี่จึงต้องขึ้นไปชมซะหน่อยว่ามีอะไร
ขึ้นไปก็พบกับตัวอาคารทำจากไม้ (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร) กับเจดีย์
เจีดีย์อยู่โน้นนะเอง
จะเดินไปหาเจดีย์ เส้นทางที่ใช้กลับเป็นเส้นทางมุดใต้ถุนอาคารไม้ซะได้
เพดานเตี้ยได้ใจจริงๆ
มุดใต้อาคารไปอีกฟาก ก็ยืนถ่ายรูปวิวแถวๆนี้ซะหน่อย
ศาลเจ้า Itsukushima เวลาไม่มีน้ำ
ยอดเจดีย์ห้าชั้น
ถ่ายรูปเจดีย์เรียบร้อย ก็ไต่บันไดลงไปได้ (ขึ้นมาบนนี้ แทบไม่มีอะไรให้ชมจริงๆ)
เดินๆ กลับมาแถวโทริอิอีกรอบ .... ตอนนี้น้ำเริ่มขึ้นมาแล้ว ฮิ้ววว
สังเกตได้จากป้ายที่เราไปยืนถ่ายคู่กันตอนแรก ป้ายเริ่มอยู่ในน้ำแล้ว
ระหว่างที่เรายืนถ่ายรูปแถวนี้กันอีกรอบ อยู่ดีๆก็มีคนญี่ปุ่น(ผู้ชาย)มาคนเดียว มาเสนอตัวช่วยถ่ายรูปคู่พวกเราพี่น้องให้ (คงเห็นเรากับพี่สลับกันถ่ายรูป แถวนี้หลายรอบอะนะ)
พอเค้าถ่ายให้พวกเราเสร็จ พี่เราก็เสนอตัวช่วยถ่ายรูปเค้ากับโทริอิให้ (และเค้าก็ให้ช่วยถ่ายให้)
เราก็พี่ตั้งข้อสังเกตว่า ... เอ่ รึว่าจะเป็นมุกไว้สำหรับขอให้ช่วยถ่ายรูปให้หว่า เค้าช่วยถ่ายให้เรา เราก็ช่วยถ่ายให้เค้า
ถ่ายกันพอใจ (รอบที่เท่าไรแล้วไม่รู้) คราวนี้พวกเราเดินเลาะต่อไป (ห่างจากโรงแรมยิ่งขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นทางไปท่าเรือ) คราวนี้ก็เจอย่านขายของที่ระลึกของเกาะละ ... น่าเสียดายที่เรากับเดินมาช้าไปหน่อย เพราะร้านปิดไปหลายร้านแล้ว(นี่ก็ใกล้ 5 โมงละ)
ย่านร้านค้า ... ลูกค้าน้อยมากเพราะเย็นแล้ว
ผ่านหน้าร้านค้าบางร้าน ก็มีอะไรแปลกๆมาตั้งโชว์ให้เราต้องไปขอถ่ายด้วย
ท่านเจ้าที่แบบน่ารักๆ
ทัพพียักษ์... ทัพพีตักข้าวถือเป็นสัญลักษณ์ของเกาะนี้เลยละ (ทุกร้านขายแต่ทัพพี)
เดินชมร้านโน้นที ร้านนี้ทีก็ได้ของที่ระลึกติดมือมานิดหน่อย ได้ของตั้งโชว์ กับที่คาดผมรูปเขากวาง(ฮา)
ร้านขายของที่นี่ ถ้าไม่ขายก็ที่ระลึกก็เล่นขายหอยปิ้งกันสดๆเลย (แง้ เราไม่กินหอย)
เราตั้งใจจะซื้อขนมเข้าไปทานในโรงแรมคืนนี้ซะหน่อย แต่ปรากฏว่าไม่มีร้านขนมให้เราอุดหนุนเลย
.... เดินไปไกลจนพอแล้ว สุดท้ายก็เดินกลับโรงแรมละ
พอผ่านบริเวณโทริอิ อีกรอบคราวนี้ จะเริ่มเห็นคนเอาขาตั้งกล้องมาตั้งจองที่ไว้เตรียมถ่ายภาพโทริอิตอนกลางคืนกัน เราก็อยากออกมาถ่ายเหมือนกัน แต่ดึกๆเดินกันแต่ผู้หญิงก็ดูอันตรายไปนิดจึงไม่ออกดีกว่า
โทริอิ อีกซักแช๊ะ
เครื่องประดับที่แขวนหน้าบ้านเกือบทุกหลัง
ไม่รู้เหมือนกันว่าแขวนไว้ทำไม แต่ก็ถ่ายมาด้วย
.... กลับมาถึงโรงแรมก็ยังไม่หกโมง ไม่รู้จะทำอะไรต่อแล้ว อยากกินข้าวเลยก็ไม่ได้เพราะบอกแม่บ้านไปแล้ว่าจะทานตอน 1ทุ่ม (ถ้าไปขอเลื่อนเค้าคงว่าให้) เลยอาบน้ำรอกินข้าวเย็นตอน 1 ทุ่มดีกว่า
พออาบเสร็จแม่บ้านก็ยกอาหารมหาให้พอดีเลย ฮิ้ววว อาหารน่ากินจังเลยยย
หน้าเราหยั่งกับผีญี่ปุ่น (ฮา)
อาหารมีหลากหลาย ทั้งปลา หอย หม้อไฟ(ละมั้ง)แบบเล็กๆ ข้าว เครื่องเคียงอื่นๆอีกมากมาย
จริงๆอาหารขึ้นชื่อบนเกาะนี้คือหอยนะเอง แต่เนื่องจากเราไม่ชอบทานหอย และแจ้งทางโรงแรมก่อนแล้วว่าไม่กินหอย เค้าจึงเปลี่ยนจานหอยของเราให้เป็นปลา ส่วนของพี่เราก็กินหอยไป ... จริงๆเทคนิคนี้ก็ดีนะ แจ้งว่ากินนี่ไม่ได้เค้าก็เตรียมอย่างอื่นให้ สุดท้ายพวกเราก็แบ่งกันกิน เหมือนได้กับข้าวเพิ่มขึ้นเลย อิๆ
ทานเสร็จแม่บ้านก็มาเคลียร์โต๊ะให้
และก็ถึงเวลาถ่ายรูปเล่นในชุดยูคาตะแล้ว (ฮา)
อีกซักพักแม่บ้านก็มาปูที่นอนให้ เราก็ถ่ายรูปเก็บไว้ซักหน่อย
ปูซะเรียบสวยเลย
สุดท้ายก็เข้านอนกันเลย เพราะวันนี้ตื่นแต่เช้ามาก(ตีห้า) เที่ยวเดินซะทั้งวัน แถมพรุ่งนี้ยังต้องรีบออกจากที่นี่ พักเอาแรงดีกว่า
แอบเล่านิดหน่อย อากาศที่นี่เย็น นอนใต้ผ้าห่มแรกๆก็คิดว่ามันผ้าเย็นเจี๊ยบ แต่ผ่านไปซักพักมันอุ่นมากเลยละ ผ้าห่มญี่ปุ่นเป็นแบบนี้นะเองอุ่นโคตรรรร
จบ
โปรดติดตามตอนต่อไป ภาคโตเกียว2 ตอนเกือบไม่ได้กลับโตเกียวแล้ว (ฮา)
เขียนอะไรผิด ก็ขออภัยด้วยน้อ
(ไว้ทำคอมิค ประหยัดเวลาและประกอบดูฉากไว้วาด CG น่ะจ่ะ)

