2009/Apr/19

 

คิโนะตอนนี้เป็นตอนที่แถมมากับเกม Cross of Venus ให้เพื่อนช่วยแปลส่งมาให้

การเดินทางของคิโนะ

นครแห่งเกม

 ~save your life~ 

คิโนะและเอลเมสเดินทางไปทางเหนือ ผ่านถนนทุ่งหญ้าอันราบเรียบปะทะกับสายลมอุ่นๆ แสงอาทิตย์

ยามเช้าอันแสนอบอุ่นส่องเข้ามาทางขวาของคิโนะ เสียงเครื่องยนต์ของเอลเมสนั้นดังอย่างรื่นหูใต้ฟ้าคราม

 

ข้างหน้าจะมีเมืองแบบไหนกันน้า มาทางอ้อมแบบนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลย

 

น่าเสียดายหน่อยนะ คิโนะพูดขัด ได้ยินข่าวลือมาว่าเมืองข้างหน้านี้มีความเชื่อแปลกๆ

 

เอ๋ แบบไหนเหรอ

 

เมืองนั้นน่ะ

 

เมืองนั้นน่ะ

 

มีความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด

 

คนตายแล้วฟื้นน่ะเหรอ

 

อืม นั่นแหละ

 

เมืองแบบนั้นก่อนหน้านี้ก็เจอมาเยอะแล้วนี่นา

 

อืม แต่เมืองนี้น่ะยอดมากเลย ดูเหมือนชาวเมืองจะเชื่อเรื่องนี้กันมาก ขนาดว่ามีคนตายก็ยังไม่กลัวกันเลย เพราะฉะนั้น ตรงใจกลางเมืองจึงดูเหมือนว่าเป็นที่ๆคนตายมารวมตัวกัน

 

เอลเมสเงียบในอึดใจ   เรื่องแบบนั้นมันหลอกเด็กอยู่แล้ว

 

ฉันก็คิดแบบนั้นแหล่ะ เพราะงั้นไปพิสูน์กันน่าจะดี ถ้าวันแรกเราพิสูจน์ได้ว่าไม่จริงเราก็อยู่แค่3วัน แต่ถ้าจริงก็กลับไปทางตะวันตกอีกที

 

คิโนะจะทำหน้ายังไงน้า กลับไปทางตะวันตก กลับไปสู่จุดเริ่มต้น อ๋อ อย่างงี้นี่เอง

 

คิโนะและเอลเมสนั้นเดินทางไปเรื่อยๆบนถนนทุ่งหญ้าอย่างสงบ ราวกับทิวทัศน์โดยรอบนั้นไม่เปลี่ยนแปลงจนกระทั่งถึงเมืองแห่งหนึ่งตอนพลบค่ำ เบื้องหน้าของคิโนะและเอลเมสนั้นแลเห็นกำแพงสีเทาอันสูงตระหง่านล้อมรอบอยู่ และแล้วยามรักษาการณ์ก็อนุญาตให้คิโนะเข้าเมืองได้โดยคิโนะคิดจะอยู่แค่สามวัน

 

                เมื่อผ่านประตูเมืองก็พบทุ่งนาอันกว้างใหญ่และมองเห็นใจกลางเมือง เมื่อเห็นว่าอากาศเริ่มเย็น คิโนะและเอลเมสจึงรีบมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองเพื่อหาที่พักโดยตัดสินใจว่าจะเริ่มตรวจสอบเมืองในวันพรุ่งนี้ ว่าแล้วคิโนะก็รีบเข้านอน

 

                วันถัดมา ในยามรุ่งสาง คิโนะได้ตื่นขึ้นมาเพื่อซ้อมยิงปืนเพอร์ซูเอเดอร์ในห้องและทำความสะอาดมัน หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วคิโนะได้มองออกไปนอกหน้าต่างมองเห็นว่าใจกลางเมืองนั้นมีสิ่งก่อสร้างเรียงราย ทางเท้ามีเสาไฟฟ้าและรถยนต์วิ่งไปมา เมื่อคิโนะได้เห็นทิวทัศน์ของเมืองที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงคิโนะจึงตัดสินใจออกไปสำรวจเมืองพร้อมกับเอลเมส เมื่ออกจากที่พัก เอลเมสได้ถามคิโนะว่า แล้วจะทำยังไงต่อล่ะ

 

อืม ในเมืองมีคนอยู่ จะลองไปสอบถามดูหน่อย

 

คิโนะและเอลเมสจึงออกจากในเมืองแต่เช้า

 

คิโนะ รู้สึกรึเปล่า?”

 

อะไรเหรอ

 

ถนนออกจะกว้างใหญ่ แต่ทั้งรถยนต์ ทั้งผู้คนกลับน้อยเหลือเกิน สงสัยวันนี้วันหยุดล่ะมั้ง

 

ไม่นะ ไม่เห็นได้ยินเรื่องแบบนั้นมาเลย

 

หลังจากที่คิโนะตอบ เอลเมสก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทั้งที่เมืองและถนนถูกสร้างขึ้นแต่สัญญาณไฟกลับน้อยเหลือเกิน แต่ก็ดีพวกเราจะได้วิ่งได้อย่างสบาย

 

อืม นั่นสิคิโนะตอบกลับ

 

ยิ่งเดินทางเข้าไปในเมืองก็ยิ่งพบกับตึกที่สูงขึ้นเรื่อยๆขนาดห้าสิบชั้นก็ยังมี คิโนะและเอลเมสหยุดรอสัญญาณไฟ

 

น่าจะมีสวนสาธารณะนะ ลองไปหาคนแถวนั้นกันเถอะเอลเมสทักก่อนเมื่อกี้นี้เห็นน้ำพุด้วย น่าจะเป็นตรงนั้นแหละแต่แล้วการสนทนาต้องหยุดลงเมื่อเบื้องหน้าทั้งคู่นั้นเพียงพริบตาก็ได้เห็นคนตกลงมาจากตึก เร็วราวกับนกบินแฉลบแหวกสายลมจนเกิดเสียงในสี่แยกอันกว้างใหญ่

 

นี่เอลเมสเป็นฝ่ายพูดก่อน

 

อื้มกลางสี่แยกนั้นเต็มไปด้วยเลือดและเศษเนื้อราวกับดอกไม้บาน

 

ฆ่าตัวตายใช่มั้ย

 

น่าจะใช่

 

ระหว่างที่ทั้งคู่คุยกันอยู่นั้นสัญยาณไฟได้เปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ข้ามแยก จนข้างหลังนั้นบีบแตรตะโกนว่า เขียวแล้ว

 

อ้าวทั้งคู่ทักพร้อมกันแล้วก็ค่อยๆข้ามสี่แยกโดยเลี่ยงเลือและซากศพที่อยู่ข้างๆแต่รถคันอื่นกลับไม่สนใจซ้ำยังแล่นทับจนคิโนะอดสงสัยไม่ได้ ณ ตอนนั้นได้มีหญิงสาวอายุราว20คนนึงเข้ามาทักด้วยรอยยิ้ม

 

เอ่อ นักเดินทางเหรอคะ เมืองของเรายินดีต้อนรับค่ะซึ่งคิโนะก็ได้ทักทายกลับแล้วถามกลับทันควันต่อว่า

 

เอ่อ แล้วศพนี้จะทำยังไงต่อเหรอคะ

 

อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ น่าจะเป็นการฆ่าตัวตายไม่ผิดแน่ เดี๋ยวก็มีหน่วยพยาบาลประจำเมืองมาจัดการเก็บกวาดแล้วล่ะค่ะ หญิงสาวตอบอย่างเรียบง่าย

 

นี่มัน คิโนะพูดพึมพำ เป็นอย่างที่ได้ยินมาเลยซึ่งเอลเมสเองก็พูดเหมือนกัน

 

หลังจากนั้นทั้งคิโนะและเอลเมสไปนั่งพักผ่อนกันที่สวนสาธารณะ เพื่อที่จะตรวจสอบดูว่าเมืองนี้มีประชากรประมาณเท่าไร ทันใดนั้นก็ถูกคนในเมืองจำนวนนึงล้อมรอบ ดังนั้นคิโนะจึงสอบถามข้อมูลทันที

 

ระหว่างการเดินเที่ยวในเมืองนี้ชั้นเจอคนตายที่สี่แยก แต่เหมือนกับคนในเมืองนี้เห็นว่าเป็นเรื่องปกติกันทุกคนเลยนะคะ

คำตอบของพลเมืองนั้นง่ายดายราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นคำตอบที่เห็นได้ชัด ใช่ครับ ที่เมืองนี้การตายไม่ใช่เรื่องทีแปลกประหลาดเมื่อได้ยินคำตอบคิโนะก็ถามต่อ

 

ที่การฆ่าตัวตายไม่ใช่เรื่องแปลกมีส้วนเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องการเกิดใหม่รึเปล่า

 

ข่าวลือเรื่องนั้นมันไม่เหมือนกันครับ พวกเราน่ะต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น แต่พูดไปก็คงยากที่จะเชื่อน่ะครับ

 

เอ๋ ยังไงเหรอคิโนะถามกลับพวกเราน่ะ ถือกำเนิดจากโลกอื่นคิโนะถึงกับอึ้งเล็กน้อยส่วนเอลเมสถามกลับ

ยังไงเหรอ

 

พวกเราน่ะ ต่อให้ตายที่โลกนี้ เราก็ยังสามรถเกิดใหม่ที่โลกอื่นได้ และไม่ใช่การเริ่มต้นจากสิ่งมีชีวิตอื่น เรายังเกิดใหม่เป็นตัวเรา แล้วก็ไม่ได้เริ่มจากทารกด้วยคิโนะเมื่อได้ยินดังนี้ก็ถามต่อว่า

 

แล้วเริ่มจากตรงไหนเหรอคะ

    

เริ่มจาก save point น่ะครับคิโนะทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย พลเมืองชายวัยสามสิบอธิบายต่อ

 

คงต้องอธิบายตั้งแต่แรกเลยน่ะครับ สำหรับคนนอกคงจะอธิบายได้ยากเอาการ ในเมืองนี้ที่โรงพยาบาลจะมี save point อยู่ ถ้าหากไปที่นั่นล่ะก็ความทรงจำ ไม่สิประสบการณ์จะถูกบันทึกไว้ในกรณีที่เกิดารตายอันไม่คาดฝันขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้ย้อนเวลากลับไปเริ่ม ณ เวลานั้นหรอกนะครับ "

 

ตอนนี้ตัวเราโลกนี้กับตัวเราโลกอื่นกำลังเชื่อมต่อกันอยู่น่ะครับ เมื่อตัวเราโลกโน้นเชื่อมต่อมายังตัวเราโลกนี้เราจะเริ่มต้นตื่นขึ้นต่อจากที่เรา save ไว้ล่าสุดน่ะครับ ซึ่งการคืนชีพนี้จะ ไม่สามารถทำที่โลกอื่นได้น่ะครับ   คิโนะพยักหน้าตอบรับ เอลเมสถามกลับว่า

 

ให้พิสูจน์คงไม่ได้ ถ้างั้นเรื่องระบบล่ะ ถ้าเราหาระบบโครงสร้างของการคืนชีพนี่ไม่พบ มันก็เหมือนเรื่องโกหกนั่นแหล่ะ

 

ใช่ครับชายคนนั้นตอบอย่างเรียบง่าย

 

แต่ตอนนี้ผมได้รู้อยู่อย่างนึง ชีวิตนั้นไม่ว่าจะผิดพลาดกี่ครั้งเราก็สามารถลุกขึ้นแก้ไขใหม่ได้” “มันช่างเป็นความหวังอันแรงกล้าที่ยอดเยี่ยมราวกับระบบนี้สร้างขึ้นเพื่อความคิดนี้

 

เอ๋เอลเมสทักด้วยความสงสัย

 

อย่างคนที่ฆ่าตัวตายวันนี้ ทางเราก็ไม่ทราบสาเหตุหรอกครับ แต่เค้าคงต้องการเริ่มต้นใหม่จากที่ตัวเอง save ไว้ครั้งล่าสุดเพื่อที่จะได้ไม่พบเรื่องผิดพลาด ส่วนตัวผมนั้น save ครั้งล่าสุดเมื่อ40วันก่อนแล้วก็ทำธุรกิจครั้งใหญ่จากการกู้ยืมเงินน่ะครับ

 

แต่คุณก็ไม่ได้ผิดพลาดใช่มั้ยล่ะ เอลเมสถามกลับ

 

ชายคนนั้นพยักหน้าตอบรับ การกู้ยืมเงินมาลงทุนประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ ตอนนี้ชีวิตผมดำเนินไปอย่างราบรื่นมาก

 

อย่างงี้นี่เองคิโนะตอบกลับแบบเฉยเมย พลเมืองจึงเล่าต่อ

 

เพราะงั้นคนในเมืองนี้จึงมีความสุขกันทุกคน คนที่ผิดพลาดไม่มีความสุขก็จะตายกันแล้วก็ฟื้นคืนชีพน่ะครับ ที่นี่จึงวิเศษมาก นักเดินทางล่ะครับ ว่ายังไง

 

ว่ายังไงนี่หมายความว่ายังไงคะ

 

มาเป็นพลเมืองของเมืองนี้มั้ยครับ

 

คิโนะปฎิเสธแล้วถามกลับว่า ระบบนี้สร้างขึ้นเมื่อไร

 

พลเมืองตอบกลับว่า “5ปีก่อนน่ะครับ มีนักประดิษฐ์อัจฉริยะคนนึงสร้างระบบนี้เนื่องจากถูกขับไล่จากประเทศตัวเอง

 

แล้ว5ปีก่อนเมืองนี้เป็นยังไงเหรอคะ

 

ตอนนี้มีประชากรมากกว่าเมื่อก่อนถึงสามเท่าแล้วน่ะครับ

 

“’งั้นคำถามสุดท้าย เมืองนี้ของกินอะไรขึ้นชื่อคะ เมื่อทานเสร็จพวกเราจะออกเดินทางกันเลย

      

เมื่อเดินทางกันต่อเอลเมสทักคิโนะว่า ทำหน้าผิดหวังจังนะ คิโนะ

 

อย่างที่ว่าไว้เลย อาหารอร่อยดีแต่มีอย่างนึงที่ไม่พอใจคือเรื่องระบบนั่นแหละ

 

อ๋อ ที่ว่าตายแล้วฟื้นน่ะเหรอ ก็ดีแล้วนี่

 

อาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ ตอนนี้คิโนะคิดอยู่ว่าจะพูดหรือไม่พูดดีว่าเอลเมสตอนนี้เหมือนกับระบบตายแล้วฟื้นนั่นแหละ

 

แล้วคิโนะกับเอลเมสก็เดินทางกันต่อไปบนถนนทุ่งหญ้า

.............................................................

จบแล้ว ... ขอบคุณ Midori-tea ที่ช่วยแปลให้นะ

ส่วนชื่อเอลเมส เราไม่ได้เปลี่ยนเป็น เฮอร์เมสตาม Bliss นะ ไหนๆก็ชินทั้งสองชื่อแล้วเลยทิ้งไว้แบบนี้ และอีกอย่างเราขี้เกียจแก้ :P

ตอนนี้เริ่มทำงานแล้วเหนื่อยจัง ยังปรับตัวไม่ได้ ตอบคำถาม ท่าน Zieghart ก่อนว่า ที่พักพี่เน็ตก็ไม่มี คอมที่บ้านมีตัวเดียวจะให้เราขนไปเดี๋ยวคนอื่นไม่ได้ใช่พอดี ... แต่ตอนนี้มีทางแก้ โดยจะอุ้ม PS 2 ไปแทนละ ^ ^

บางที กว่าเราจะได้กลับมาอ่านคอมเม้นต์ของทุกคน คงอีกหลายวันเลยละ ไว้เจอกันใหม่นะ

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เดียวผมจะกลับมาอ่านต่อให้จมนะครับ
ตัวหนังสือติดกันมากอ่านลำบากงะ
ยังไงก็ขอให้สนุกกับงานนะครับ confused smile
#1  by  Mr~Nut /(- 3 -)\ At 2009-04-19 20:25, 
จากคนแปลครับ

อืมกว่าจะแปลเสร็จนี่เหนื่อยเอาเรื่องเลย ช่วงนี้ยุ่งมากครับ
ทั้งโรงเรียนใหม่เอย ทำงานพิเศษเอย ดูอนิเมทั้งใหม่และเก่าเอย

ส่วนเนื้อหานี้ยอมรับว่ายากตรงที่แปลเสร็จ
ต้องมานั่งเรียบเรียงให้อ่านง่ายขึ้น ไม่เหมือนการ์ตูนหรือโดจินที่แปลง่าย
งานแปลยากเยี่ยงนี้รี่เอง

ก็ขอให้ทุกคนที่อ่านมีความสุขกับการเดินทางของคิโนะ
ไปด้วยกันนะครับ

ปล. ข้อความ save your life ตอนชื่อเรื่องนี่นึกว่าแปลว่า "รักษาชีวิตคุณให้ดี"
ที่ไหนได้ มันคือการsaveจริงๆด้วย saveเสร็จก็บันทึก exp ค่าประสบการณ์ลงไป

ตรงตัวจริงๆนะเนี่ยsad smile
#2  by  midori-tea At 2009-04-19 20:38, 
อ่านแล้วสับสนบางจุดแฮะ sad smile แต่ก็ตะหงิดตรงที่ว่าประชากรเพิ่มสามเท่าแต่ตามถนนก็ยังไม่ค่อยมีคนเท่านั้นแหละ...

ขอบคุณคุณ midori-tea และแอรีธซังนะครับ เก็บเงินซื้อคอมไว้ปั่นโดเป็นของตัวเองเลยสิ!
#3  by  กระรอกโฉด At 2009-04-19 20:39, 
ขอบคุณคุณMidori-teaกับแอรีธซังมากนะคะที่นำมาแปลให้
ตกลงนี่คนในเมืองนั้นเป็นคนหรือเปล่าคะน่ะ

เออ แล้วแอรีธซังจะทำโดอีกทีเมื่อไรเหรอคะ อยากอ่านอีก

แล้วจะไปงานปาร์ตี้คอมมิคกับโคโรโระหรือเปล่าคะ

แหะๆถามเยอะไปหน่อย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
#4  by  ♪N A T S U M E ♪o U N I C H A N o At 2009-04-21 20:03, 
เมืองน่าสนุกนะ
#5  by  kraten At 2009-08-09 20:17, 

<< Home